10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทะเลสาบ เป็นทะเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนมหัศจรรย์ และมักจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนอยากไปเที่ยวพักผ่อน ซึ่งภายในโลกของเรานั้น นอกจากจะมีทะเลสาบสวย ๆ แล้ว ยังเต็มไปด้วยทะเลสาบแปลก ๆ มากมาย ที่ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรรมชาติที่โดดเด่น และน่าสนใจมากเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวม 10 ทะเลสาบสุดแปลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมาฝากทุกคนกันค่ะ แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ!!

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

1. ทะเลสาบฮิลลิเออร์

ทะเลสาบฮิลลิเออร์ หรือที่เรียกกันว่าทะเทสาบสีชมพู เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่ในเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ Recherche Archipelago ที่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย 105 เกาะ โดยทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวประมาณ 600 เมตร มีขอบแคบ ๆ ที่ปกคลุมเนินทรายและต้นไม้ที่แยกทะเลสาบออกจากทะเลด้านนอก ขอบทะเลสาบปกคลุมไปด้วยแผ่นเกลือสีขาว ถัดขึ้นไปโดยรอบเป็นป่าต้น Paperbark และต้น Eucalypt ปกคลุมหนาแน่น ชมพูหวานเหมือนนมเย็นน้ำในทะเลสาบมีสีถาวร แม้ตักขึ้นมาเก็บไว้ในภาชนะสีก็ไม่จางหาย

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

2. ทะเลสาบเนตรอน

ทะเลสาบเนตรอน หรือ ทะเลสาบแห่งความตาย ลักษณะของทะเลสาปแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ น้ำในทะเลสาบจะมีสารและแร่ธาตุหลายชนิดไหลลงมารวมกัน และที่เห็นเป็นสีแดงนี้เกิดขึ้นจาก การระเหยน้ำอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูแห้งแล้ง แบคทีเรียที่อยู่ในน้ำได้สังเคราะห์แสงเองจนเกิดเป็นสีแดงนี้ขึ้นมา อีกทั้งยังทำให้เกิดแร่ธาตุ เนตรอน คือน้ำมีสภาพคล้านน้ำปูน มีปริมาณความเข้มข้นสูง มีค่าความเป็นด่างสูงถึง 9-10.5 ซึ่งใกล้เคียงกับแอมโมเนีย ที่มีฤทธิ์การกัดกร่อนที่สูงมาก และอุณหภูมิของน้ำยังสูงถึง 60 องศาเซลเซียส อีกด้วย

10 ทะเลสาบสุดแปลก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

3. เจลลี่ฟิชเลค

เจลลี่ฟิชเลค เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ไปประมาณ 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของทะเล นักท่องเที่ยวต่างชอบพากันมาดำน้ำ และชมธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ อย่างเช่น เจลลี่ฟิชเลค ทะเลสาบแมงกะพรุนไร้พิษ

ขอแนะนำ หลอด LED แสงสีน้ำเงิน กู้โลกได้อย่างไร ทุกคนคงรู้จักหลอดไฟ led กันอยู่แล้วใช่หรือเปล่า เพราะมันถูกใช้อย่างแพร่หลายมากๆในช่วงทศวรรษ แต่นอกจากจะเป็นหลอดไฟที่ให้แสงสว่างแล้ว หลอด LED แสงสีน้ำเงิน ยังมีข้อดีอยู่เพียบ ถ้ารู้คุณสมบัติของมันแล้วคุณจะอึ้งเลยล่ะ

4. ลา เบรีย พิตช์เลค

ทะเลสาบ ลา เบรีย พิตช์ เป็นทะเลสาบยางมะตอย และเป็นแหล่งกำเนิดยางมะตอยตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเมือง La Brea สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบที่ไม่มีน้ำ แต่ว่ามียางมะตอยที่กำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่เต็มไปหมด มีขนาดราว 40 เฮคเตอร์และมีความลึกราว 75 เมตร

5. ทะเลสาบบอยลิ่งเลค

5. ทะเลสาบบอยลิ่งเลค

ทะเลสาบเดือด บอยลิ่งเลค ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติมอร์น ทรอยส์ พิตอนส์ รัฐโดมินิกา ซึ่งมีทะเลสาปขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก สาเหตุที่เรียกว่า ทะเลสาบเดือด ก็เพราะในบ่อจะมีไอเดือดผุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิที่เคยวัดได้อยู่ที่ 82 – 91.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเพียงอุณหภูมิริมทะเลสาบเท่านั้น ส่วนตรงกลางบ่อยังไม่มีใครสามารถวัดผลที่แน่นอนได้

6. ทะเลสาบลากูนา โคโลราดา

6. ทะเลสาบลากูนา โคโลราดา

ทะเลสาบเกลือ หรือ ทะเลสาบสีแดง ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์แห่งชาติ Eduardo Avaroa Andean Fauna National Reserve ของประเทศโบลิเวีย ซึ่งความแปลกของทะเลสาบแห่งนี้คือ เป็นทะเลสาบที่มีสารบอแรกซ์สีขาวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีส่วนที่เป็นสีแดง ที่เกิดจากสาหร่ายสีแดง แพลงก์ตอน และจุลินทรีย์อีกหลายชนิด เมื่อมาที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นนกฟลามิงโกเป็นจำนวนมาก เพราะในทะเลสาบนี้เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของนกฟลามิงโกนั่นเอง

7. ทะเลสาบเมดิซีน

7. ทะเลสาบเมดิซีน

ทะเลสาบเมดิซีน ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ ในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ที่แห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ทะเลสาบมหัศจรรย์ เพราะในช่วงฤดูร้อนนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสวยงามของวิวทะเลสาบ และเมื่อเข้าหน้าหนาวน้ำกลับแห้งหายไปแทบทั้งหมด นั่นก็เพราะ น้ำได้ไหลซึมลงไปใต้ดิน นับเป็นการระบายน้ำของธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์มาก ๆ

8. ทะเลสาบไนออส

8. ทะเลสาบไนออส

ทะเลสาบไนออส หรือ ทะเลสาบมรณะ ซึ่งเหตุผลที่เรียกว่าทะเลสาบมรณะ เนื่องจากทะเลสาบปล่องภูเขาไฟใต้พื้นทะเลสาบนั้น เป็นที่เก็บสะสมแมกมา เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไหลออกมาปะปนในน้ำ จนทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี เกิดแรงดันใต้น้ำ และระเบิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเคยมีการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าได้เกิดปรากฏการณ์ทะเลสาบพลิกกลับ

ทะเลสาบไนออสเกิดแรงดันใต้น้ำ ทำให้เกิดระเบิดพุ่งขึ้นเหนือน้ำกว่า 300 ฟุต และตามมาด้วยลูกเล็ก ๆ อีกครั้งครั้ง ซึ่งการระเบิดครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการกระจายของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก และส่งผลให้ประชาชน สัตว์เลี้ยง และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ภายในรัศมีเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

9. ทะเลสาบเดดซี

9. ทะเลสาบเดดซี

ทะเลสาบเดดซี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทะเลมรณะ ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก และเค็มที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ตรงเขตแดนประเทศจอร์แดนและอิสราเอล

ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเลแห่งอื่นเลย มีเพียงแม่น้ำจอร์แดนที่ไหลลงสู่ทะเลเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปน้ำในทะเลนี้ระเหยขึ้นทำให้เกลือในทะเลสาบเดดซีตกค้างอยู่ในบริเวณเดิมน้ำในทะเลสาบเดดซีจึงมีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลปกติถึง 6 เท่า เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ยกเว้นแต่แบคทีเรียและเห็ดราบางชนิด

10. ทะเลสาบสุพีเรีย

10. ทะเลสาบสุพีเรีย

ทะเลสาบสุพีเรีย ตั้งอยู่ระหว่างรัฐมินนิโซตา รัฐมิชิแกน และรัฐวิสคอนซินของสหรัฐอเมริกา กับรัฐออนแทรีโอของประเทศแคนาดา ซึ่งทะเลสาบสุพีเรียเป็นทะเลสาบในกลุ่มทะเลสาบเกรตเลกส์ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และจัดเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 84,000 ตารางกิโลเมตร

เรียกได้ว่าแต่ทะเลสาบแต่ละแห่งนั้น ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามมากเลยทีเดียวค่ะ บางสถานที่ ถือเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจและต่างแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมกันอย่างมากมาย แต่บางสถานที่ถือเป็นทะเลสาบสุดแปลกที่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตเข้าไปอาศัยอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ทะเลสาบเหล่านี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของโลกที่เรียกได้ว่าโดดเด่น และน่าสนใจไม่แพ้สถานท่องเที่ยวอื่นในประเทศนั้น ๆ เลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : สเปค iPhone12 ครบทั้ง 4 รุ่น